วันอังคารที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2558

การรักษาสิว

การรักษาสิว ง่ายนิดเดียว

ผู้หญิงส่วนใหญ่กลัวการเป็นสิวมากๆ เพาะสิ่งที่สิวทิ้งเอาไว้มักจะเป็นรอยแผล หรือไม่ก็รอยด่างดำ ซึ่งทำให้ความงามบนใบหน้าลดน้อยลงหลายคนกลัวสิวจนกลายเป็นคนวิตกจริต พอเป็นสิวก็จะไปลูบๆ คลำๆ และพยายามที่จะบีบสิวออก เพราะคิดว่าหากบีบออกไปแล้วจะหายเร็วยิ่งขึ้น การทำเช่นนี้จะยิ่งทำให้เกิดรอยดำและแผลเป็นที่ลึกขึ้น

การไม่ยุ่งเกี่ยวกับสิวจะเป็นการดีที่สุด หากเป็นสิวไม่มาก ใช้เพียงการทำความสะอาดใบหน้าและควบคุมความงามบนใบหน้าก็น่าจะเพียงพอแล้ว ส่วนจะใช้ยาแต้มสิวหรือไม่นั้นก็สุดแท้แล้วแต่ เพราะส่วนมากยาแต้มสิวจะเป็นเพียงยาฆ่าเชื้อเท่านั้น เป็นการป้องกันไม่ให้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม แทบไม่ได้ช่วยอะไรเกี่ยวกับสิวของคุณเลย เวลาที่ล้างหน้าให้เลี่ยงที่จะสัมผัสกับสิวหายเร็วยิ่งขึ้น และทิ้งร่องรอยน้อยลงหลังจากที่สิวยุบไปแล้ว

นอกเสียเสียจากว่าสิวที่คุณเป็นมีจำนวนมากอย่างผิดปกติ เช่น ปะทุทีเดียวพร้อมๆ กัน หรือเป็นสิวอักเสบทั่วทั้งใบหน้า หากเป็นเช่นนี้ต้องรบพบแพทย์เพื่อทำการรักษา เพราะหากทิ้งไว้นานๆ จะทำให้เกิดเป็นแผลทั่วทั้งใบหน้าซึ่งยากแก่การแก้ไข แพทย์อาจจะทำการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ ใช้ยาทาเพื่อเร่งให้เกิดการผลัดเซลล์ผิว หรือใช้ยาลดความมันบนใบหน้า ซึ่งการรักษาก็จะแตกต่างกันออกไปในแต่ละคน

วันเสาร์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2558

เคล็ดไม่ลับกำจัดสิว

วันนี้จะมาบอก เคล็ดไม่ลับกำจัดสิว

ไม่อยากให้ผิวหน้าของคุณเป็นแหล่งสังสรรค์ของสิวนานาชนิดละก็ ควรให้การดูแลหน้าของคุณเป็นสำคัญเพื่อขจัดต้นเหตุของสิวตั้งแต่บัดนี้

สิวต้องกำจัดที่ต้นเหตุ
การอบหน้า คือ หนึ่งในวิธีการที่จะช่วยให้ใบหน้าของคุณเรียบเนียน แถมยังไม่เป็นบ่อเกิดของสิวได้ง่ายๆ อีกต่างหาก และการอบหน้าคุณก็สามารถทำได้เองแบบฟรีๆ อีกด้วย โดยการนำใบหน้าไปอังที่ปากหม้อหุงข้าว ขณะที่ข้าวสุกนั่นเอง แถมยังทำได้ทุกๆ วัน เช้า – เย็น หรือถ้าที่บ้านไม่ได้หุงข้าวละก็ ง่าย ๆเลย แค่ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นถึงร้อนโปะหน้านานประมาณ 10 นาที ก็เป็นการอบหน้ากันสิวได้เช่นกัน ง่ายด้วยสวยด้วยฟรีอีกต่างหาก

เมื่อเป็นสิวผุดขึ้นที่ใบหน้า อดใจไม่ได้จริง ๆ ที่จะใช้มื้อไม้ทั้งแคะทั้งแกะ ทั้งบีบ จนเกิดเป็นริ้วรอยทั้งแผลและรอยช้ำจาการบีบซึ่งบางครั้งแล้วหลังการบีบสิวหลายคนอาจจะคิดกลับย้อนไปว่า รู้แบบนี้ไม่บีบสิวจะดีกว่า แต่ในเมื่อบีบไปแล้ว และแถมริ้วรอยพ่วงมาด้วยก็ไม่ต้องตกใจไป ให้รีบนำวิตามิน E มาทาที่รอยช้ำหรืแผลนั้นก่อนเข้านอนทุกคืน จะช่วยเร่งฟื้นฟูเซลล์ผิวให้มาแทนที่ได้เร็วขึ้นหือจะหาวิตามิน E มากินเสริมด้วยก็ได้

การนวดหน้าเพื่อสุขภาพผิวที่แข็งแรงและสดใสเปล่งปลั่งเป็นวิธีการดูแลใบหน้าแบบหนึ่ง ที่ช่วยให้ผ่อนคลายทั่วทั้งผิวหน้าและจิตใจแถมพ่วงอีกด้วย แต่ก็ใช่ว่าการนวดหน้าจะทำให้ทุกเวลา ทุกโอกาสนะ ช่วงที่ต้องงดการนวดหน้าคือช่วงเวลาที่ใบหน้าของคุณมีสิวเห่อเต็มใบหน้าหรือเป็นสิวอักเสบ เพราะนั่นจะเป็นการไปกระตุ้นให้สิวเห่อมาขึ้นไปอีก ดังนั้นถ้าต้องการลดริ้วรอยหรือยกกระชับใบหน้าด้วยการนวดแล้วละก็ สำรวจใบหน้าสักหน่อยนะว่าตอนนั้นไม่ได้เป็นสิว

วันจันทร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2558

เรื่องของเรื่องที่ทำให้เกิดสิว

เรื่องของเรื่องที่ทำให้เกิดสิว


เครื่องสำอางสาเหตุหนึ่งของการเกิดสิว
รูปภาพจาก http://pixabay.com/en/cosmetics-mascara-blush-cream-476707/
เครื่องสำอางประทินโฉม
คงไม่มีผู้หญิงคนไหนปฏิเสธเครื่องสำอางหรอก เพราะนั่นเท่ากับเหมารวมว่าปฏิเสธความสวยความงามด้วยอีกต่างหาก แม้ว่าจะไม่ได้แต่งอะไรมากมาย แต่อย่างน้อยๆ ก็ต้อมีแป้งไว้ทาป้องกันความมันส่วนเกินกันบ้าง ซึ่งเครื่องสำอางเหล่านี้นี่แหละที่อาจะเป็นสาเหตุให้เกิดสิว เพราะบางชนิดก็ทำให้ต่อมไขมันใต้ผิวหนังขยายตัว จนทำให้เกิดการอุดตัน ยิ่งผสมกับการรักษาความสะอาดที่ไม่เพียงพอ ก็จะทำให้คุณต้องตกใจยามเช้าที่เห็นสิวเม็ดใหญ่ๆ มาทักทายอย่างไม่ทันได้ตั้งตัวแน่นอน

สิวเกิดจากความเครียด
รูปภาพจาก http://pixabay.com/en/stress-man-hand-flame-burn-fire-543658/
ความเครียด
แม้ไม่มีหลักฐานเพียงพอว่าความเครียดมีผลโดยตรงต่อการทำให้เกิดสิว แต่หากเราลองสังเกตตัวเองให้ดี ๆ ในช่วงที่เราเริ่มเครียด เช่น กำลังเตรียมตัวสอบ ทำงานส่งไม่ทัน นอนดึก เราก็จะมีสิวผุดขึ้นมาบนใบหน้าโดยไม่ได้รับเชิญเสมอ ทั้งนี้อาจะเป็นเพราะความเครียดทำให้การไหลเวียนของเลือดเริ่มผิดปกติ ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากเกินไป จนทำให้เป็นสาเหตุของการเกิดสิวได้ไม่อยากเหมือนกันนะ

ยาและระดับฮอร์โมน
อย่างที่เรารู้ๆ กันว่า ในช่วงก่อนและหลังที่ผู้หญิงมีจะเป็นประจำเดือนนั้น มักจะมีสิวขึ้นมากกว่าปกติ ดังนั้นยาที่มีผลต่อระดับฮอร์โมนจึงเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดสิวได้ โดยเฉพาะฮอร์โมนโพรเจสเตอโรนนั่นเอง

การแพ้อากาศและอาหาร
บางคนถูกแดดนานเกินไปก็ทำให้เป็นสิวได้ และบางคนก็อาจแพ้อาหารบางชนิดแล้วทำให้เป็นสิวได้เช่นกัน

กรรมพันธุ์
แม้จะเป็นส่วนน้อย แต่ทำให้เป็นสาเหตุที่มองข้ามไม่ได้เช่นกัน

ความต่างของผิวพรรณ
สภาพผิวของแต่ละบุคคลนั้นไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้น การดูแลรักษาใบหน้าให้ดูดีอยู่เสมอ และห่างไกลจากสิว จึงไม่เหมือนกันไปด้วย แต่ก่อนอื่นที่เราจะมารู้วิธีเหล่านั้น เรามารู้กันก่อนดีกว่า ว่า จริง ๆ แล้ว สภาพผิวของเราเป็นแบบไหนกันแน่

วันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2558

ล้างหน้าอย่างไรให้ใบหน้าขาวใสไร้สิว

ล้างหน้าให้ถูกวิธี เพื่อใบหน้าสะอาดใสไร้สิว

การล้างหน้าเป็นสิ่งที่ทุกคนทำทุกวัน แต่เชื่อไหมว่า การล้างหน้าอย่างถูกวิธียังช่วยรักษาและป้องกันการเกิดสิวได้ ใครที่อยากมีใบหน้าขาวใส ไร้ปัญหาเรื่องสิว ควรให้ความสำคัญกับการล้างหน้าด้วยนะครับ หลายคนอาจเคยสงสัยว่า ในแต่ละวันควรจะล้างหน้ากี่รอบ? รอบละกี่ครั้ง? ควรล้างแบบไหนถูแบบไหน? ล้างด้วยสบู่ เจล หรือโฟมล้างหน้าแบบไหนจะดี? ลองอ่านบทความนี้แล้วเพื่อนๆ จะได้คำตอบแน่นอน
ขอบคุณรูปภาพจาก http://pixabay.com/en/swim-wash-shower-face-soap-foam-58650/

ล้างหน้าอย่างไรให้ถูกวิธี


ทำความสะอาดใบหน้าบ่อยแค่ไหนดี?
การล้างหน้าเพียงวันละ 2 ครั้งก็เพียงพอแล้ว คือเวลาตื่นนอนตอนเช้า 1 ครั้ง และอาบน้ำตอนเย็น 1 ครั้ง เราไม่ควรล้างหน้าบ่อยครั้งเกินไป เพราะจะทำให้ผิวแห้ง ลอกได้ นอกซะจากกรณีที่ผิวสกปรกจริงๆ โดยเฉพาะหลังทำกิจกรรมที่ร้อน และมีเหงื่อออกมาก เช่น หลังเล่นกีฬา ทำงานตากแดด งานบ้าน ทำไร่ ทำสวย เป็นต้น ก็เพิ่มการล้างหน้ารอบพิเศษอีกสักครั้งได้

วิธีล้างหน้า
ไม่ควรใช้น้ำอุ่น หรือน้ำร้อนล้างหน้า เพราะมันจะทำให้ผิวแห้ง และกระตุ้นให้ผิวเหี่ยวเร็วขึ้น ให้ล้างหน้าด้วยสบู่อ่อน ลูบไล้อย่างเบาๆ มือ โดยล้างหน้าตั้งแต่คางไปจรดแนวไรผมที่หน้าผาก อย่าขัดถูใบหน้าแบบแรงๆ หลังฟอกสบู่ต้องล้างสบู่ออกให้หมดด้วยน้ำสะอาด จากนั้นซับหน้าให้แห้งด้วยผ้าเช็ดหน้าหรือผ้าขนหนู ซับหน้าเบาๆ ไม่ควรเช็ดหน้าหรือถูซับใบหน้าแรงๆ เดี๋ยวผิวจะหยาบกร้านเอานะ เพียงเท่านี้ก็เพียงพอสำหรับการดูแลทำความสะอาดใบหน้าในแต่ละวัน

ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการทำความสะอาดใบหน้า
หลายคนคิดว่าแค่สบู่หรือน้ำเปล่าล้างหน้านั้นไม่จะพอหรือ? คำตอบคือ เพียงพอแล้ว ก็เพราะมีความเชื่อกันว่าสิ่งสกปรกทำให้เกิดสิว จึงทำให้ผู้ที่เป็นสิวหลายคนล้างหน้าบ่อยครั้งเกินไป แถมยังใช้สบู่ที่แรงหรือโฟมชนิดเข้มข้นหรือสบู่ยา ส่งผลให้ใบหน้าอักเสบ ระคายเคือง และสิวกำเริบขึ้น (เคยสังเกตไหมว่าทำไมเรายิ่งล้างหน้า ใบหน้ายิ่งอักเสบ สิวก็ไม่ลด) บางคนหลังล้างหน้า ก็ยังตบท้ายด้วยการใช้สำลีชุบโลชั่นที่มีแอลกอฮอล์ผสม หรือคลีนเซอร์ หรือเอ็กซเทอร์นอลเช็ดหน้า เช็ดที่ไรก็จะได้คราบสีดำติดสำลีมาด้วยทุกครั้ง แล้วเข้าใจว่าสิ่งนั้นคือสิ่งสกปรกตัวการทำให้เป็นสิว ซึ่งเป็นความเข้าใจผิด ต่อให้เรามีใบหน้าสะอาดเพียงใด หากใช้โลชั่นที่มีแอลกอฮอล์ผสมเช็ดหน้าย่อมได้คราบดำติดมาด้วยเสมอทุกคน ที่จริงแล้วคราบดำนั้นเป็นผิวหนังชั้นขี้ไคลส่วนที่ตายและพร้อมจะหลุดลอกออกโดยธรรมชาติอยู่แล้ว ซึ่งชั้นขี้ไคลก็คือชั้นหนังกำพร้าที่เกาะติดอยู่บนผิวหนังชั้นบนควบคู่ไปกับชั้นน้ำมันเคลือบผิว ทั้งขี้ไคล ทั้งน้ำมันไม่ใช่สิ่งสกปรก หากแต่เป็นเกราะที่คอยคุ้มครองปกป้องผิวหน้าจากฝุ่นละออง เชื้อโรค และสารเคมีไม่ให้ซึมผ่านลงไปทำร้ายผิว ดังนั้นหากขาดชั้นน้ำมัน ชั้นขี้ไคล ผิวหน้าของคุณก็ดั่งปราศจากเกราะ ขาดภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ เราจะพบว่าคนที่ล้างหน้าบ่อยๆ ใช้น้ำยา ใช้โทนเนอร์เช็ดหน้ามักจะมีปัญหาผิวแห้ง ผิวแพ้ง่าย อักเสบง่าย ระคายเคืองง่าย กลายเป็นผิวบอบบาง โดนอะไรนิดหน่อยก็แพ้เป็นผื่น วิธีแก้ผิวแพ้ง่าย ก็เพียง ยุ่งกับผิวให้น้อยที่สุด แล้วจะหายเอง

สรุปสั้นๆ คือ
ให้ล้างหน้าด้วยสบู่อ่อน หรือสบู่เจลใสของเด็กก็ได้ ลูบไล้อย่างเบาๆ มือให้ทั่วหน้า ล้างออกด้วยน้ำสะอาด เช็ดหรือซับหน้าเบาๆ มือด้วยผ้าขนหนูให้แห้ง ไม่ควรเช็ดหน้าแรงๆ
โดยธรรมชาติ ผิวหนังกำพร้าของคนเราจะหลุดลอกออกมาเองทุกวัน ก็จะพาเอาแป้ง เอาฝุ่นให้หลุดลอกออกมาด้วย ไม่ต้องออกแรงถูเพราะเป็นการไปทำร้ายผิว และไม่จำเป็นก็ไม่ควรใช้คลีนเซอร์ โทนเนอร์ หรือชุดล้างหน้า (ยกเว้นบางรายที่มีสภาพผิวมันมาก สามารถใช้ได้แต่ก็ควรเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสม) เพราะถึงจะใช้ชุดล้างหน้าสุดหรูชุดละหลายพันบาทหรือใช้แค่สบู่เหลวของเด็กขวดละ 60 บาท หน้าก็สะอาดใสได้เท่ากัน

เห็นไหมละครับว่า เพียงแค่เราล้างหน้าให้ถูกวิธี ใบหน้าเราก็สวยใสได้เหมือนกันครับ หวังว่าบทความนี้จะสามารถทำให้เพื่อนๆ แก้ไขปัญหาสิวได้นะครับ อย่างลืมแชร์ให้เพื่อนๆ เราอ่านด้วยนะครับ

วันเสาร์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2558

จะทำอย่างไรดีเมื่อใบหน้าของฉันมีสิว

จะทำอย่างไรดีเมื่อใบหน้าของฉันมีสิว


จะทำอย่างไรเมื่อใบหน้ามีสิว
ขอบคุณรูปภาพจาก
http://bleattler91.deviantart.com/art/Acne-be-gone-147415186
สิวเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง ใครที่เป็นสิวมากๆ ทำเอาเจ้าของใบหน้าเกิดปมด้อยได้ทีเดียว วัยรุ่นกับสิวมักเป็นของคู่กัน เพราะในระยะวัยกำลังแรกรุ่นนั้น ฮอร์โมนเพศกำลังเปลี่ยนแปลง เจ้าระบบฮอร์โมนเพศนี้จะไปกระตุ้นต่อมไขมันให้ผลิตไขมันมากขึ้น เมื่อผลิตมากก็จะต้องมีการทะลักขึ้นมาสู่ผิวหนัง ถ้าเรารักษาความสะอาดดี คือมีการล่างหน้าบ่อยๆ ก็จะไม่มีการอุดตันของไขมัน แต่ถ้าเราไม่ได้ทำความสะอาด ไขมันก็จะอุดอยู่ที่รูขุมขนออกมาไม่ได้ เพราะมีฝุ่นละอองหรือสิ่งสกปรกต่างๆ มาปิดไว้ทำให้ไขมันนั้น ซึ่งรวมกับฝุ่นละออง เชื้อแบคทีเรียนูนปูดออกมาจากผิวหนัง เป็นหัวสิวออกมาให้เราเห็น สิวที่เป็นกันธรรมดาทั่วไป ไม่อักเสบเราเรียกว่า สิวเสี้ยน แต่ถ้าอักเสบเพราะการติดเชื้อซึ่งจะเห็นเป็นหนอง เราก็เรียกว่า สิว ถ้าเป็นการอักเสบมากจะเป็น สิวหัวช้าง

สาเหตุที่ทำให้เกิดสิว

สิวเกิดจากกรรมพันธุ์ ถ้าพ่อแม่เป็นสิวมาก ลูกที่เกิดมากจะเป็นสิวด้วย
สิวเกิดจากภายในร่างกาย ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากทำให้ใบหน้ามัน เมื่อไม่มีการรักษาความสะอาดอย่างเพียงพอ ก็ย่อมทำให้เป็นสิวได้ง่ายกว่าคนที่มีผิวหน้าแห้ง การรับประทานอาหารที่มีไขมันมาก อาทิเช่น เนย นม อาหารทอดน้ำมัน ช็อกโกแลต ก็มีส่วนทำให้เกิดสิวได้เช่นกัน พยายามอย่าให้ท้องผูก และต้องรักษาระดับอารมณ์อย่าให้เคร่งเครียดจนเกินไป และอีกประการก็คือ เกิดจากการแพ้อากาศ แพ้เครื่องสำอาง แพ้ยา เป็นต้น

วิธีการป้องกันสิว

วิธีที่ดีที่สุด คือ การหมั่นทำความสะอาดใบหน้าบริเวณที่เห็นว่ามันมาก ผมอย่าให้สกปรกได้เป็นดี ต้องหมั่นสระผมให้สะอาดอยู่เสมอมิฉะนั้นแล้วจะทำให้บริเวณหน้าผากเกิดสิวได้ เป็นสิวห้ามใช้มือบีบและหัวสิวเป็นอันขาด เพราะจะเกิดการอักเสบได้ อย่ารับประทานอาหารที่มันมากเกินไป ระวังอย่าให้ท้องผูก รับประทานผลไม้ที่ย่อยง่าย

วิธีการรักษาสิว

เมื่อเป็นสิว อย่าซื้อยาใช้เองหรือเชื่อตามคำโฆษณา ควรจะปรึกษาหมอโรคผิวหนังโดยเฉพาะและปัจจุบันนี้หมดที่รักษาสิวโดยเฉพาะก็มีมากมายหลายคลีนิคให้เลือก มีทั้งหมอที่รักษาโดยให้ยากิน ยาทา หรือหมอที่รักษาโดยการรีดหัวสิวให้แตก แล้วบีบออก การซื้อยาใช้เอง อาจจะไม่ถูกกับผิวได้ ทำให้สิวยิ่งเห่อ